เทคนิคแยกคออักเสบจากไวรัส และแบคทีเรีย เพื่อการใช้ยาที่เหมาะสม
โรคคออักเสบเฉียบพลันเกิดจากเยื่อบุภายในคออักเสบทำให้มีอาการเจ็บคอ ซึ่งอาการเจ็บคอ คือ ภาวะที่รู้สึกไม่สบายคอ ระคายเคืองที่คอ หรือมีอาการอื่นๆเช่นกลืนน้ำลายเจ็บ เสียงเปลี่ยนไปจากเดิม หรือมีไข้
ไวรัส หรือแบคทีเรีย ??
สาเหตุของ acute pharyngitis สามารถแบ่ง ออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ เกิดจากการติดเชื้อโดยส่วนมากเกิดจากไวรัส รองลงมาคือ แบคทีเรียในกลุ่ม Group A streptococcus (GAS) ที่มีลักษณะทรงกลมที่มีการเรียงตัวเป็นสาย
สิ่งที่จะแตกต่างกันของจากสองสาเหตุการติดเชื้อก็คือ อาการและ วิธีการรักษานั่นเอง ซึ่งหลายๆ ครั้งการที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคออาจนำไปสู่การทานยาฆ่าเชื้อ หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “ยาแก้อักเสบ” ซึ่งจริงๆอาจจะไม่ได้ช่วยรักษา แต่อาจส่งผลร้ายทำให้เกิดเชื้อโรคเกิดดื้อยาขึ้นด้วย
แล้วจะแยกออกได้ยังไง ?
การแยกโรคคออักเสบเฉียบพลันตามแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาจะอ้างอิงตามเกณฑ์
Centor
criteria และ Mclsaac criteria
โดยจะมีเกณฑ์ดังนี้
ในส่วนของการรักษานั้น
การรักษา Acute pharyngitis การรักษาโรคคออักเสบแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1.สำหรับผู้ป่วยมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 2 คะแนน มีความเป็นไปได้มากกว่าที่ผู้ป่วยจะมีสาเหตุโรคมาจากเชื้อไวรัส จึงใช้การใช้ยารักษาตามอาการเป็นยาใช้เฉพาะที่ เช่น ลูกอมแก้เจ็บ ยาพ่นคอ นอกจากนี้ยังมีการใช้ NSAIDs corticosteroids และสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ในกรณีไม่ได้ เกิดจากการติดเชื้อให้พิจารณารักษาตามโรคนั้น
2. การรักษาการติดเชื้อ Group A streptococcus (GAS)โดยใช้ยาต้านจุลชีพ สำหรับผู้ป่วยมีคะแนนที่ 2-4 คะแนนตาม Centor criteria และ Mclsaac criteria โดยยาต้านจุลชีพสำหรับรักษา Group A streptococcus (GAS) สามารถเลือกใช้ penicillin (รวมถึง ampicillin และamoxicillin), cephalosporins, macrolides (รวมถึง Roxithromycin และ Azithromycin) หรือ clindamycin ได้
ระยะเวลาในการใช้ยาต้านจุลชีพและขนาดยายาต้านจุลชีพ โดยทั่วไปต้องใช้เวลาถึง 10 วันถึงจะกําจัดเชื้อ Group A streptococcus (GAS) และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ แม้ว่าอาการผู้ป่วยจะหายภายใน 2 วันก็ตาม สำหรับ cefpodoxime cefdinir หรือ Azithromycin จะใช้เวลาในการทาน 5 วัน
การวินิจฉัยแยกสาเหตุของคออักเสบว่าเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรียนั้นสำคัญมากต่อการเลือกใช้ยาอย่างเหมาะสม เนื่องจากคออักเสบจากไวรัสไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่จะรักษาตามอาการเท่านั้น ในขณะที่คออักเสบจากแบคทีเรียจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ผู้ป่วยจึงควรได้รับการวินิจฉัยเหมาะสมเพื่อไม่ให้อาการของโรคลุกลามโดยไม่ได้รับการรักษา หรือด่วนสรุปจนทำให้เกิดการทานยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
นอกจากการทานยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผลแล้ว การรับประทานครบตามแพทย์สั่ง จะช่วยลดปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความล้มเหลวในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียในปัจจุบัน ดังนั้นทั้งแพทย์และผู้ป่วยจึงควรให้ความสำคัญต่อการใช้ยาอย่างเหมาะสมและรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
Reference
1. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็กพ.ศ.2562
2. Del Mar CB, Glasziou PP, Spinks AB. Antibiotics for sore throat. Cochrane Database Syst Rev 2006; :CD000023.
3. Shulman ST, Bisno AL, Clegg HW, et al. Clinical practice guideline for the diagnosis and management of group A streptococcal pharyngitis: 2012 update by the Infectious Diseases Society of America. Clin Infect Dis 2012; 55:1279.
4. ESCMID Sore Throat Guideline Group, Pelucchi C, Grigoryan L, et al. Guideline for the management of acute sore throat. Clin Microbiol Infect 2012; 18 Suppl 1:1.
5. Shulman ST, Bisno AL, Clegg HW, et al. Clinical practice guideline for the diagnosis and management of group A streptococcal pharyngitis: 2 0 1 2 update by the Infectious Diseases Society of America. Clin Infect Dis 2012; 55:1279.