แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) และเทคโนโลยี SMEDDS ที่เพิ่มการดูดซึม
Astaxanthin (แอสตาแซนธิน) เป็นสารที่ทำให้เกิดสีแดงซึ่งสามารถสกัดได้จากธรรมชาติ จากการศึกษาต่าง ๆ พบว่า Astaxanthin มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถชะลอการแก่ตัวของเซลล์ในร่างกาย และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย โดยโครงสร้างทางเคมีของ Astaxanthin มีส่วนที่เข้ากันได้กับทั้งน้ำ และไขมันในโครงสร้างเดียวกัน จึงปกป้องเซลล์ในร่างกาย ได้อย่างครอบคลุม เมื่อศึกษาเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระกับ สารชนิดอื่น ๆ พบว่า Astaxanthin มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระกว่าสารอื่น ๆ อย่างมากดังนี้1
- มากกว่าวิตามิน ซี 6,000 เท่า
- มากกว่า CoQ10 800 เท่า
- มากกว่าวิตามิน อี 550 เท่า
- มากกว่า Catechins จากชาเขียว 550 เท่า
- มากกว่าเบต้าแคโรทีน 5 เท่า
- มากกว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า
ข้อมูลจากสาธารณสุข ในปี ค.ศ. 1999 Astaxanthin ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาให้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อีกทั้งยังได้รับรอง GRAS (generally recognized as safe) จากประเทศญี่ปุ่นให้เป็นสารที่มีความปลอดภัยในการใช้สูง
Astaxanthin ส่วนมากจะพบได้ตามสิ่งมีชีวิตในทะเลที่มี สีแดงหรือส้ม ยกตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ กุ้ง เปลือกปู Krill-Oil ฯลฯ หรือ สามารถหาได้จากอาหารเสริมที่สกัดมาจากสาหร่ายสีแดง โดยเฉพาะสารสกัดจากสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ Haematococcus pluvialis ซึ่งเป็นแหล่งของ Astaxanthin ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่สุด
จากการศึกษาต่าง ๆ พบว่า Astaxanthin มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถชะลอการแก่ตัวของเซลล์ในร่างกาย และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย ของ Astaxanthin มีโครงสร้างทางเคมีที่เข้ากันได้กับทั้งน้ำ และไขมันในโครงสร้างเดียวกัน จึงปกป้องเซลล์ในร่างกาย ได้อย่างครอบคลุม
ประโยชน์ของ Astaxanthin ที่เป็นที่รู้จักและมีงานวิจัยรองรับ
การฟื้นฟูชะลอวัยผิว2,3,4
บำรุงสุขภาพดวงตา5,6,7
เสริมประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย8,9
ลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคอัลไซเมอร์10,11
การเพิ่มประสิทธิภาพของ Astaxanthin ด้วยระบบนำส่ง
ถึงจะมีประโยชน์มากมายแต่ Astaxanthin ก็ยังมี ข้อจำกัดในด้านการดูดซึม เนื่องมาจากคุณสมบัติด้านการละลายน้ำที่ต่ำจึงทำให้ดูดซึมผ่านทางเดินอาหารได้ไม่ดี ซึ่งโดยปกติจะดูดซึมไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้น้อยมาก การที่จะรับประทาน Astaxanthin ทั้งจากอาหาร และอาหารเสริม จะต้องทานหลังอาหารที่มีไขมันสูงจึงจะมีการดูดซึมได้
โดยในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีหลายอย่างมาใช้อาหารเสริมเพื่อให้การดูดซึม Astaxanthin ได้ดีขึ้น เช่นการผสมกับตัวนำส่งน้ำมันหรือ Oil carrier การผสมกับวิตามินต่างๆ หรือ การใช้ระบบนำส่งจากยามาใช้กับอาหารเสริม และหนึ่งในนั้นคือระบบ Self-microemulsifying drug delivery system หรือ SMEDDS เป็นระบบนำส่งที่ใช้กับยา ซึ่งจะทำให้ยาที่ละลายน้ำได้น้อยสามารถละลายน้ำได้จากการทำให้ยาแปลงสภาพเป็นไมเซลล์ขนาดเล็กจำนวนมากเมื่อสัมผัสกับน้ำในระบบทางเดินอาหารเกิดเป็น “ไมโครอิมัลชัน” ทำให้ยามีคุณสมบัติในการถูกดูดซึมที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก
ซึ่งเมื่อ Astaxanthin อยู่ในรูปของไมเซลล์ จะสามารถละลายน้ำได้ดีขึ้นอย่างมาก ทำให้ปลดปล่อยตัวสารผ่านทางเดินอาหารได้ดีถึง ร้อยละ 90 ซึ่งดีกว่าในรูปแบบปกติที่เป็นสารละลายในน้ำมัน กว่า 2 เท่า และดีกว่าในรูปแบบของผงแห้งถึง 10 เท่า ส่งผลให้ปริมาณ Astaxanthin ที่เข้าสู่เซลล์ของร่างกายซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องการให้ Astaxanthin เข้าไปทำงานนั้นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับแบบปกติ12
อีกงานวิจัยที่ให้ผลว่าระบบ Micelle เมื่อใช้กับ Astaxanthin นอกจากจะช่วยเพิ่มการดูซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ระบบนำส่งนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับสารอนุมูลอิสระในร่างกายอีกกว่า 150% เมื่อเทียบกับ Astaxanthin ทั่วไป13
โดยสรุป การผสาน Astaxanthin เข้ากับระบบส่งยา SMEDDS จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปลดปล่อย และการดูดซึม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลร่างกายของ Astaxanthin ทำให้การสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยส่งเสริมประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น การปกป้องผิว ดวงตา สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และฤทธิ์ต้านการอักเสบ ให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด
[อ้างอิง]
1. Nishida, Yasuhiko and Eiji Yamashita. “Quenching Activities of Common Hydrophilic and Lipophilic Antioxidants against Singlet Oxygen Using Chemiluminescence Detection System.” (2007).
2. Zhou X, et al. Systematic Review and Meta-Analysis on the Effects of Astaxanthin on Human Skin Ageing. Nutrients 2021, 13, 2917.
3. Tominaga K, et al. Cosmetic benefits of astaxanthin on humans subjects. Acta Biochim. Pol. 2012 Mar 17;59(1).
4. Ito N, et al. The Protective Role of Astaxanthin for UV-Induced Skin Deterioration in Healthy People—A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled Trial. Nutrients. 2018 Jun 25;10(7):817.
5. Takahiro S, et al. Effects of diet containing astaxanthin on visual function in healthy individuals: a randomized, double-blind, placebo-controlled, parallel study. J Clin Biochem Nutr. 2023 Jan 1;72(1):74–81.
6. Tian L, et al. Benefits and Safety of Astaxanthin in the Treatment of Mild-To-Moderate Dry Eye Disease. FRONT NUTR. 2022 Jan 13;8.
7. Saito M, et al. Astaxanthin increases choroidal blood flow velocity. Graefes Arch. Clin. Exp. Ophthalmol. 2011 Nov 10;250(2):239–45.
8. Brown DR, et al. The effect of astaxanthin supplementation on performance and fat oxidation during a 40 km cycling time trial. JSAMS. 2020 Jul;
9. Saeidi A, et al. Astaxanthin Supplemented with High-Intensity Functional Training Decreases Adipokines Levels and Cardiovascular Risk Factors in Men with Obesity. Nutrients. 2023 Jan 6;15(2):286
10. Bahbah EI, et al. Molecular Mechanisms of Astaxanthin as a Potential Neurotherapeutic Agent. Marine Drugs. 2021 Apr 3;19(4):201.
11. Pereira C, et al. Antioxidant and anti inflammatory MOA of astaxanthin in cardiovascular diseases (Review). Int J Mol Med. 2020 Nov 4;47(1):37–48.
12. Wai Thet Aung, Hnin Ei Ei Khine, Chatchai Chaotham, Veerakiet Boonkanokwong. Production, physicochemical investigations, antioxidant effect, and cellular uptake in Caco-2 cells of the supersaturable astaxanthin self-microemulsifying tablets. European journal of pharmaceutical sciences. 2022 Sep 1;176:106263–3.
13. Liao Y, Wang H, Li S, Xue Y, Chen Y, Adu‐Frimpong M, et al. Preparation of astaxanthin‐loaded composite micelles with coaxial electrospray technology for enhanced oral bioavailability and improved antioxidation capability. Journal of the Science of Food and Agriculture. 2023 Oct 2;104(3):1408–19.