telHEAD OFFICE : 02-251-8190, 02-251-8471 
telFACTORY : 02-117-3999
emailfacebookline1
4
  วัยผู้ใหญ่เป็นช่วงเวลาของการค้นพบตนเองและความก้าวหน้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เราต้องหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพผิวเพื่อให้เรามีบุคลิกภาพที่ดี ช่วยส่งเสริมให้มีความมั่นใจ พร้อมเปล่งประกายในทุกที่ เพราะฉนั้นการทำความเข้าใจกลไกแห่งการโรยราของผิว จะทำให้เราดูแลสุขภาพผิวได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

 การเสื่อมสภาพของผิวหนังนั้นเกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในเช่นอายุของร่างกายที่เพิ่มขึ้นและปัจจัยภายนอกที่ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสแสงยูวี(Ultraviolet, UV) ในแสงแดด มีรายงานว่าการเกิดริ้วรอยบนใบหน้ากว่า 80% มาจากการสัมผัสแสงแดดทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวหยาบแห้ง หมองคล้ำ เกิดร่องลึกหรือริ้วรอย และมีการเปลี่ยนแปลงในด้านที่ไม่ดีของโครงสร้างผิวหนังอีกมากมาย(1)

แสงยูวี กับสาร MMPs และการสลายตัวของคอลลาเจน

 Matrix metalloproteinases (MMPs) เป็นกลุ่มของเอนไซม์หลายชนิดที่มีอยู่ในเซลล์ผิวหนัง ในบางชนิดเช่น MMP-1, MMP-3 และ MMP-9 จะทำหน้าที่ในการสลายคอลลาเจน การเผชิญกับแสงยูวีจะทำให้สารอนุมูลอิสระภายในเซลล์ผิวหนังเพิ่มขึ้น ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการผลิต MMPs เพิ่มขึ้น เอนไซม์เหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกรรไกรที่ตัดคอลลาเจนในผิวหนังให้ขาดจากกัน(2) เมื่อคอลลาเจนซึ่งเป็นรากฐานของความกระชับและยืดหยุ่นถูกทำลายไปจึงทำให้ผิวมีริ้วรอยและเกิดการหย่อนคล้อย นอกจากจะเพิ่มเอนไซม์ MMPs แล้ว แสงยูวียังทำให้ผิวหมองคล้ำจากการทำให้เซลล์เม็ดสีเมลานินเพิ่มจำนวนอีกทั้งยังกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังหลั่งสารก่อการอักเสบออกมาอีกมากมายสารเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการอักเสบที่จะทำลายคอลลาเจนได้เช่นกัน(2)

Fact: ประเทศไทยนั้นมีค่า UV index เฉลี่ยที่สูงอยู่ในระดับ 10 หรือ อยู่ในระดับสูงมาก!!!

sun

ป้องผิวจากแสงแดดด้วยแอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

  หากจะต้องหาสารที่จะช่วยต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันจากแสงยูวีที่คอยทำร้ายผิวแสงไฟสปอร์ตไลท์จะต้องหันไปหาแอสตาแซนธินทันที แอสตาแซนธินเป็นสารสีแดงที่ได้จากธรรมชาติ และยังเป็นสารที่มีพลังในการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดเพราะมีสูตรโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์จึงมีความสามารถในการปกป้องได้ทั้งภายในและภายนอกเยื่อหุ้มเซลล์ได้ในทุกส่วนของร่างกาย

  มีงานวิจัยที่ระบุว่าฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของแอสตาแซนธินสามารถยับยั้งการหลั่งสาร MMP-1 และ สารก่อการอักเสบอื่นๆในเซลล์ผิวหนังที่ได้รับแสงยูวี(4) สามารถลดการสร้างเมลานินได้ อีกทั้งยังมีการศึกษาทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 6 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ สามารถลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น และเพิ่มความกระชับของผิว(5)(6) ดังนั้นการรับประทานแอสตาแซนธินเสริมในระยะยาวจึงสามารถชะลอการเสื่อมสภาพของผิวตามกาลเวลาเนื่องมาจากสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังลดสารอนุมูลอิสระในส่วนอื่นๆของร่างกายอีกมากมาย ส่งผลให้ผิวสุขภาพดี มีความเยาว์วัยพร้อมกับการเผชิญกับวันใหม่อย่างสดใสและเปล่งประกาย

[อ้างอิง]

1. Grant WB. The effect of solar UVB doses and vitamin D production, skin cancer action spectra, and smoking in explaining links between skin cancers and solid tumors. European Journal of Cancer. 2008Jan;44(1):12–5

2. Quan T, Qin Z, Xia W, Shao Y, Voorhees JJ, and Fisher GJ. Matrix-degrading metalloproteinases in photoaging. Journal of Investigative Dermatology Symposium Proceedings. 2009;14:20– 24.

3. Nishida, Yasuhiko and Eiji Yamashita. “Quenching Activities of Common Hydrophilic and Lipophilic Antioxidants against Singlet Oxygen Using Chemiluminescence Detection System.” (2007).

4. Tominaga K, Hongo N, Karato M, Yamashita E. Cosmetic benefits of astaxanthin on humans subjects. Acta Bio chimica Polonica. 2012 Mar 17;59(1).

5. Tominaga K, Hongo N, Fujishita M, Takahashi Y, Adachi Y. Protective effects of astaxanthin on skin deterioration. Journal of Clinical Biochemistry and Nutrition [Internet]. 2017 Jul 1 [cited 2021 Jul 30];61(1):33–9. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5525019/

6. ItoN, Seki S, Ueda F. The Protective Role of Astaxanthin for UV-Induced Skin Deterioration in Healthy People—A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled Trial. Nutrients. 2018 Jun 25;10(7):817.