telHEAD OFFICE : 02-251-8190, 02-251-8471 
telFACTORY : 02-117-3999
emailfacebookline1
1

1

          ไบโอตินเป็นสารอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี (วิตามิน B7) เป็นที่รู้จักในชื่อของ วิตามิน H {หมายถึงผม และเล็บ (Hair and Nail)} พบในอาหารได้แก่ ตับ ไต น้ำนม ไข่แดง และยีสต์ นอกจากนี้ยังมีมากในผักและผลไม้สดหลายชนิด อาหารที่มีไบโอตินน้อยมาก คือ เนื้อสัตว์ เมล็ดธัญพืช และจากแบคทีเรียในลำไส้ซึ่งเป็น Normal Flora ที่สามารถสังเคราะห์ ไบโอตินได้

          ไบโอตินทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของเอนไซม์ที่ช่วยวิตามินบีชนิดอื่นๆ ในกระบวนการเมตาบอลิสมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงาน ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์กรดไขมัน โปรตีน กลูโคส และยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการทำงานของเคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม และเล็บ ปัจจุบันมีการนำไบโอตินมาใช้เพื่อการลดน้ำหนักในผู้ป่วยเบาหวานเพื่อช่วยควบคุมระดับกลูโคสในร่างกาย หรือใช้รักษาสีผม ป้องกันผมร่วง 1

  หน้าที่หลักของไบโอตินคือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมี หรือที่เรียกว่า โคเอนไซม์ (Co-Enzyme) ของเอนไซม์คาร์บอกไซเลส(Carboxylase) 4 ชนิด ได้แก่ 1,2

1. Acetyl CoA carboxylase ช่วยในการสังเคราะห์กรดไขมัน

2. Pyruvate carboxylase ช่วยในการสร้างกลูโคส (Glucose) จากกรดอะมิโนและไขมัน

3. Methylcrotonyl CoA carboxylase ช่วยในการนำกรดอะมิโนจำเป็นลูซีนไปใช้

4. Propionyl CoA carboxylase ช่วยนำกรดอะมิโน และไขมัน ไปใช้สร้างโปรตีน และพลังงาน

  ไบโอตินเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาต่างๆ ได้แก่ 1,2

1. เป็นโคเอนไซม์ (Co-Enzyme) ของเอนไซม์ในกระบวนการเผาผลาญไขมัน (Fat Metabolism) ช่วยให้ร่างกายสามารถนำไขมันมาใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น และนำไขมันมาสร้างเป็นกรดไขมัน (Fatty Acid) ที่เป็นสารตั้งต้นของสารสำคัญในร่างกายอื่นๆ ได้ดีขึ้น

2. เป็นโคเอนไซม์ (Co-Enzyme) ในกระบวนการสร้างสาร ไพริมิดีน (Pyrimidine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายนำไปใช้สร้างกรดนิวคลีอิก (Nucleic Acid) หรือ ดีเอ็นเอ (DNA) และ อาร์เอ็นเอ (RNA) ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมตั้งต้นในทุกๆ องค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ ร่างกายจึงจำเป็นต้องใช้ไบโอตินในการสร้างสารตั้งต้นเสมอ ดังนั้นหากขาดไบโอติน จะทำให้กระบวนการในการสร้างเซลล์ใหม่เกิดภาวะบกพร่องได้ 

อวัยวะที่ต้องสร้างเซลล์ใหม่อยู่ตลอดเวลา ได้แก่ เซลล์ผิวหนัง เส้นผม และเล็บ ถ้าขาดไบโอตินจะเห็นภาวะความบกพร่องได้ง่ายและชัดเจน เช่น ทำให้เกิดภาวะผมร่วง ผิวหนังอักเสบ

นอกจากในด้านกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคงสภาพเส้นผมแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาผลของ biotin กับการคงสภาพเส้นผมด้วย ได้แก่

  • งานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีอาการผมร่วง 38% มีการขาด Biotin ซึ่งในกลุ่มนี้มีผู้หญิง 24% ที่แสดงภาวะผมร่วงแบบ Telogen Effluvium และ 35% มีหลักฐานของโรคผิวหนังอักเสบคล้าย Seb-Derm ร่วมด้วย ในการทดลองนี้ผู้ป่วยที่ได้รับประทาน Biotin เสริม 5 mg เป็นเวลา 3 เดือน สามารถลดภาวะดังกล่าวได้ 3
  • จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะผมร่วง ผมบาง (Telogen Effluvium) 51.5% มีอาการดีขึ้นหลังจากได้รับการรักษาด้วย biotin ทดแทน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีระดับ Biotin ในเลือดต่ำ การเสริมไบโอตินมีผลกระทบอย่างมากต่อการสูญเสียเส้นผมในผู้ป่วย TE โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ขาดไบโอตินหรือมีระดับไบโอตินต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม 4 
  • การทดลองทางคลินิก randomized, open, self-controlled, crossover clinical trial ผู้เข้าร่วมชายสุขภาพดี 10 ราย ไม่มีความผิดปกติของเส้นผม และไม่ได้ใช้ยาทั้งแบบรับประทานและแบบทาใดๆ ให้ใช้ Topical minoxidil 5% ,Oral biotin 5 mg และ Topical minoxidil 5% + oral biotin 5 mg ผลที่ได้คือ ในกลุ่มที่ใช้ Topical minoxidil 5% + oral biotin 5 mg มีความยาวของผม เพิ่มเร็วขึ้นมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ5

          นอกจากนี้ยังมีเคสการใช้ biotin เสริมสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านเส้นผมและเล็บอีกด้วย (Deepa P. Patel 2017)

       ทั้งนี้การเสริม Biotin ในขนาดสูงเหล่านี้จะทำในเคสของ การรักษาผู้ป่วย ที่มีอาการผมร่วงผมบางแล้ว สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีที่ต้องการดูแลสุขภาพเส้นผม หนังศีรษะ ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม หรือ ตามที่ Thai RDI แนะนำ Thai RDI ปี 2562 แนะนำที่ 150 mcg Thai RDI ปี 2566 แนะนำที่ 30 mcg ปริมาณสูงสุดที่แนะนำต่อวันอยู่ที่ 900 mcg

*Thai RDI หรือ Thai Recommended Daily Intakes คือปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคในฉลากโภชนาการ

[อ้างอิง]

1. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563

2. Mock DM. Biotin. In: Shils ME, Olson JA, Shihe M, Ross AC. eds. Modern nutrition in health and disease. 9th ed. Baltimore: Williams & Wilkins, 1999;459-66.

3. Sabry HH, Abd El Rahman SH, El Awady MA, Noureldine AM, Salama RA. Evaluation of serum level of biotin and effect of biotin replacement therapy in patients with telegon effluvium. Benha Journal of Applied Sciences. 2021 Aug 1;6(4):113–6.

4. Trüeb R. Serum biotin levels in women complaining of hair loss. International Journal of Trichology. 2016;8(2):73.

5. Valentim de F, Anna Carolina Miola, Hélio Amante Miot, Juliano Vilaverde Schmitt. Efficacy of 5% topical minoxidil versus 5 mg oral biotin versus topical minoxidil and oral biotin on hair growth in men: randomized, crossover, clinical trial. Anais brasileiros de dermatologia/Anais Brasileiros de Dermatologia. 2024 Apr 1;